วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หุงข้าวด้วยดอกคำฝอยเหลืองหอมได้ประโยชน์

หุงข้าวด้วยดอกคำฝอยเหลืองหอมได้ประโยชน์



ดอกคำฝอยเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณยาสมุนไพรที่ส่วนใหญ่เราทราบกันดี คือ ลดไขมัน เป็นสมุนไพรที่เมื่อนำมาทำเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มได้ง่ายเพราะกลิ่นหอมทำให้ชวนดื่มด้วย ไม่ใส่น้ำตาลก็ดื่มได้ง่าย การเพิ่มความหวานแล้วแช่เย็นก็จะได้ความชื่นใจมากขึ้น ดื่มอุ่นๆยามอากาศเย็นจากฝนตกหรือหนาวเย็นในฤดูหนาวก็จะมีผลดีต่อร่างกายเพราะ คำฝอยมีสรรพคุณประโยชน์ช่วยบำรุงโลหิตได้อีกด้วย การทำน้ำดอกคำฝอย พร้อมสรรพคุณประโยชน์ตามตำราโบราณและผลการวิจัยได้เขียนบันทึกไว้แล้วค่ะ

เรามาเพิ่มคุณค่าในเมล็ดข้าวขาวให้เกิดประโยชน์มากขึ้นด้วยน้ำจากดอกคำฝอยกัน

วิธีทำ

1. นำดอกคำฝอยพอประมาณกับข้าวที่เราจะหุงถ้าใส่มากข้าวก็จะเหลืองมาก นำดอกคำฝอยล้างน้ำเบาๆ 1 ครั้ง เพื่อล้างฝุ่นละอองออก แล้วใส่ถ้วย แช่ด้วยน้ำร้อนเพื่อให้สีออกมาหรือถ้าหุงข้าวมากก็นำดอกคำฝอยต้มในน้ำเดือดเพื่อจะได้สีออกจากดอกทั้งหมดก็ได้ การใส่น้ำร้อนแบบชงชาสีจะไม่ออกจากดอกคำฝอยทั้งหมด ก็แล้วแต่สะดวก เตรียมตะแกรงหรือผ้าขาวบางไว้กรองดอกคำฝอยออกจากน้ำใส้หม้อข้าวด้วย

2. ข้าว วางน้ำให้สะอาดนำน้ำออกให้หมด 

3. นำดอกคำฝอย ที่แช่หรือต้มไว้กรองดอกออกนำแต่น้ำเทใส่ลงในหม้อเท่ากับที่หุงข้าวทุกครั้งตามปกติ

4. เมื่อข้าวสุก ก็จะเหลืองสวยงาม คนให้ทั่วหม้อข้าวก็จะทำให้ตักข้าวง่ายขึ้น

สรรพคุณประโยชน์ จากผลการวิจัย ฯ ดอกคำฝอย 

ดอกคำฝอย ไม่แน่ใจว่าต่างจังหวัดจะมีขายทุกจังหวัดหรือไม่ ที่เชียงใหม่หาซื้อได้ง่ายเพราะเป็นดอกไม้แห้งที่วางจำหน่ายอยู่ในกลุ่มเป็นของฝากด้วย และเวลามีพิธีการที่ต้องใช้น้ำขมิ้นส้มป่อย ผสมเพื่อทำน้ำมนต์หรือน้ำเพื่อรดน้ำดำหัวเทศกาลสงกรานต์ ฯ ดอกคำฝอยจะเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำนั้นด้วยจึงมีขายในร้านที่ขายเครื่องสุขภัณฑ์ที่ใช้เกี่ยวกับศาสนาด้วย ร้านขายธูปเทียนฯร้านเล็กๆก็จะมีขายใส่เป็นถุงแบ่งขายย่อยเพื่อนำไปผสมกับน้ำขมิ้นส้มป่อยไม่ต้องซื้อมาก ในร้านที่ขายยาสมุนไพรก็จะมีขายเป็นขีดหรือใส่ถุงไว้แล้ว ซื้อได้ตามจำนวนที่ต้องการ 

การหุงข้าวด้วยน้ำจากสมุนไพรทำได้ไม่ยากทำได้หลายสีทุกสีจากสมุนไพรร่างกายได้ประโยชน์มาก บางครั้งเวลาเราทำอาหาร สารสีต่างๆจากพืชที่มีประโยชน์มากต่อสุขภาพก็ได้ไม่ครบ หากเรานำมาหุงข้าวได้บ้างก็จะมีผลดี สมุนไพรที่นำน้ำมาหุงข้าวได้มีมากมาย เช่น ใบเตย เยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทองที่เราทิ้งนั้นมีประโยชน์มากนำมาปั่นกรองเอาน้ำหุงข้าวดีกว่าทิ้งมากค่ะ น้ำจากข้าวเหนียวดำ อัญชัน ฝาง เยื่อฟักข้าว ฯลฯ

ผู้ที่ชอบกลิ่นอบเชย ก็นำอบเชยใส่ครั้งละอันสั้นๆก็ได้( ที่ทำพะโล้) ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานมากได้กินข้าวที่มีน้ำสมุนไพรลดน้ำตาลเคลือบอยู่ด้วย ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้ป่วยเบาหวานได้วิธีหนึ่งที่จะนำสมุนไพรที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดมาหุงข้าว เพราะข้าวที่ช่วยควบคุมน้ำตาลได้นั้นหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก การหาสมุนไพรเพื่อคั้นน้ำมาหุงข้าวจะสะดวกง่ายกว่ามาก 

สมุนไพรที่ผลการวิจัยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ สนใจอ่านชมเพิ่มได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.gotoknow.org/posts/535760

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ละมุด สรรพคุณและประโยชน์

ละมุด สรรพคุณและประโยชน์

ละมุด ภาษาอังกฤษ Sapodilla มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ชวานิลอ (ปัตตานี,มลายู ยะลา), สวา เป็นต้น ละมุด ชื่อวิทยาศาสตร์ Manilkara zapota (L.) P.Royen จัดอยู่ในวงศ์ Sapotaceaeและมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถวๆ ประเทศเม็กซิโก อเมริกากลาง และอินเดียตะวันตก

การปลูกละมุด ในบ้านเราแหล่งที่ปลูกละมุดในบ้านเราก็ที่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยสายพันธุ์ละมุดที่นิยมปลูกนั้นก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด นั้นก็คือ ละมุดไทย (ละมุดสีดา) และ ละมุดฝรั่ง

ต้นละมุด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พุ่มทึบ มีกิ่งก้านแตกออกเป็นชั้นๆรอบๆลำต้น มีใบเป็นใบเดี่ยว มักออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว ลักษณะของดอกละมุดเป็นดอกเดี่ยวออกตามง่ามกิ่ง มีกลีบรองดอกเรียงกัน 2 ชั้น กลีบดอกจะเชื่อมกันและยกตั้งขึ้นมี 6 กลีบ มีสีเหลืองนวล ลักษณะของผลละมุดจะเป็นรูปไข่ หรือมีปลายแหลม ผิวมีสีน้ำตาล ผลดิบจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ในยางมีสารที่ชื่อว่า “Gutto” รสฝาด แข็ง ส่วนผลสุกจะนิ่ม มีรสหวานไม่มียาง ข้างในผลมีเมล็ดรูปยาวรี สีดำฝังอยู่ในเนื้อ ใน 1 ผลจะมีประเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด

ละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรปริโภคเพียงเล็กน้อยและนานครั้งๆ และไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานละมุดโดยลำพัง หากต้องการให้เด็กรับประทานควรเอาเมล็ดออกก่อนพร้อมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอคำที่เด็กจะสามารถเคี้ยวได้

เนื่องจากเมล็ดของละมุดมีความลื่นและมีโอกาสจะหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ฟันยังขึ้นไม่ครบ ก็ควรจะบดให้ละเอียดและไม่ควรป้อนอาหารด้วยความรีบร้อน เพราะเด็กอาจจะสำลักติดคอได้

เคล็ดลับการเลือกซื้อละมุด อย่างแรกก็ให้ลองจับที่ผิวเบาๆ ถ้าผิวไม่นุ่มมากก็ใช้ได้ ลักษณะภายนอกของผลผิวดูเกลี้ยงกลม มีสีน้ำตาลเป็นธรรมชาติและขั้วไม่หัก ก็จะได้ละมุดคุณภาพดีๆแล้ว

คุณค่าทางโภชนาการของละมุด ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 83 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต 19.96 กรัม

เส้นใย 5.3 กรัมไขมัน 1.1 กรัม

โปรตีน 0.44 กรัม

วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม 2%

วิตามินบี3 0.2 มิลลิกรัม 1%

วิตามินบี5 0.252 มิลลิกรัม 5%

วิตามินบี6 0.037 มิลลิกรัม 3%

วิตามินบี9 14 ไมโครกรัม 4%

วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม 18%

ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม 2%

ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม 6%

ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%

ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม 2%

ธาตุโพแทสเซียม 193 มิลลิกรัม 4%

ธาตุโซเดียม 12 มิลลิกรัม 1%

ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)


ประโยชน์ของละมุดประโยชน์

1. ละมุดมีวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค และช่วยป้องกันหวัดได้

2.สรรพคุณละมุด เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงกำลัง

3.การรับประทานละมุดจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

4.เปลือกของลำต้นละมุด นำมาต้มปรุงเป็นยาแก้บิด (ประเทศฟิลิปปินส์)

5.สรรพคุณของละมุด ยางใช้เป็นยาถ่ายพยาธิชนิดรุนแรง

6.ละมุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก จึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย

7.ประโยชน์ของละมุด ใช้รับประทานเป็นผลไม้ ทำไวน์ หรือนำมาทำน้ำละมุด

8.ยางที่มีสีขาวทุกส่วนของลำต้น สามารถนำไปใช้ทำหมากฝรั่งและรองเท้าบูทได้


วิธีทำน้ำละมุด

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีดังนี้

1. เนื้อละมุด 1 ถ้วย, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, น้ำแข็งทุบ 1 แก้ว,

น้ำเปล่า 1 ถ้วย

2.นำผลละมุดมาปลอกเปลือกและเอาเมล็ดออก เอาแต่เนื้อแล้วใส่ลงไปในเครื่องปั่น

3.หลังจากนั้นให้เติมเกลือ น้ำเปล่า และน้ำแข็งลงไปตามลำดับ

4.ปั่นจนละเอียดให้เนื้อเข้ากัน

5.นำมารินใส่แก้วเป็นอันเสร็จ ก็จะได้น้ำละมุดปั่นแบบเย็นชื่นใจช่วยดับกระหายได้ทันที

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี, สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ตว์ป่าและพันธุ์พืช (เต็ม สมิตินันทน์),

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

โครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้ทางพฤกษศาสตร์

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, USDA National Nutrient Database for Standard Reference




ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.greenerald.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/ละมุด

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รู้หรือไม่? ชาชนิดใดเหมาะกับเรา

รู้หรือไม่? ชาชนิดใดเหมาะกับเรา




1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือนักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึกดื่น ควรดื่ม ชามะลิ

2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมาก ผู้นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะกับ ชาอูหลง

3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่หรือสัญจรไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำ ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะกับ ชาเขียว

4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับ ชาเขียว หรือ ชาดอกไม้

5. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเสียเหลือ เกิน แล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง

6. มนุษย์ยุคไฮเทคที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้ง วันทั้งคืน หากได้ดื่มชาเป็นประจำจะดีมากๆ (ชาอะไรก็ได้ทั้งนั้น) เช่น ว่างเมื่อไหร่ก็คว้าแก้วน้ำชาข้างมือยกมาดื่มสักอึกสองอึกแก้กระหาย จะช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง อีกทั้งช่วยคลายเส้นคลายกระดูก ลดความอาการอ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนักแล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://goo.gl/yR29P



ไข่ตุ๋นต้มยำกุ้ง

ไข่ตุ๋นต้มยำกุ้ง

อาหารง่าย ๆ ที่ทานประจำอยู่บ่อย ๆ แต่นำมาดัดแปลงเพื่อให้อร่อยและน่ารับประทานยิ่งขึ้น มาลุยกันเลยดีกว่า...



สูตรอาหาร ไข่ตุ๋นต้มยำ

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 2 ฟอง
หมูสับ 1 ขีด
กุ้งสด 4 ตัว
น้ำปลา 2 ช้อนชา
น้ำสะอาด 1 ถ้วย
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
ผักชีพอประมาณสำหรับผสมในหมูสับและโรยหน้า

ส่วนผสมน้ำราดไข่ตุ๋น

พริกขี้หนู 5 เม็ด
มะนาว 1 ลูก
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
น้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.นำไข่ไก่ตีให้แตกพอประมาณ เติมน้ำ 1 ถ้วย ลงไปและตี
ให้เข้ากัน ปรุงรสให้เข้มข้นด้วยน้ำปลา
2.จากนั้นนำไปนึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที หันมาจัดการกับ
หมูด้วยการสับให้ละเอียด ผสมซีอิ้วขาวให้เข้ากับเนื้อหมู
จากนั้นปั้นหมูเป็นก้อนผสมกับใบผักชี แล้วนำหมูสับนั้นหยอด
ลงไปในไข่ตุ๋นที่กำลังจะสุกนั้น แล้วนำไปนึ่งต่ออีก 2 นาที
ครบ 2 นาทีแล้วนำกุ้งสดลงไปวางเรียงบนผิวหน้าไข่ตุ๋น แล้ว
นึ่งต่ออีก 1 นาที ก็จะได้ไข่ตุ๋นเนียนนุ่มหอมกรุ่น
3.นำพริกขี้หนู น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำสะอาด
อีก 1 ช้อนโต๊ะมาผสมรวมกัน แล้วราดลงบนไข่ตุ๋น ตกแต่ง
ด้วยผักชีโรยหน้า ยกไปขึ้นโต๊ะได้ทันที น่ากินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ที่มา : http://www.zazana.com/food/id6488.aspx

เทคนิค “ขับลม”

นอนกอดเข่า คลายกล้ามเนื้อ



 บางคนมีลมอัดแน่นอยู่ในช่องท้องจนอยากเรอ อยากผายลม และก็ยังมีอีกวิธีที่สามารถช่วงขับลมที่ไม่ต้องการออกจากช่องท้องได้ นั่นคือ การยืดเส้นยืดสายในท่า นอนกอดเข่า

          ท่านี้ทำได้ง่าย ๆ เพียงนอนราบ จากนั้นงอเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาถึงยอดอก พร้อมทั้งใช้มือทั้งสองข้างกอดเข่าเอาไว้ แล้วหายใจเข้าและออก ก่อนยกศีรษะโน้มเข้าหาเข่า

          จากนั้นตะแคงตัวไปด้านข้างขณะที่ยังนอนกอดเข่าอยู่ โดยตะแคงค้างนาน 10 วินาที แล้วเบี่ยงตัวกลับท่าเดิม และตะแคงตัวไปอีกข้าง


          ท่านอนกอดเข่า นอกจากจะช่วยขับลมแล้ว ยังสามารถผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวของคอและหลังด้วย