วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ละมุด สรรพคุณและประโยชน์

ละมุด สรรพคุณและประโยชน์

ละมุด ภาษาอังกฤษ Sapodilla มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ชวานิลอ (ปัตตานี,มลายู ยะลา), สวา เป็นต้น ละมุด ชื่อวิทยาศาสตร์ Manilkara zapota (L.) P.Royen จัดอยู่ในวงศ์ Sapotaceaeและมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถวๆ ประเทศเม็กซิโก อเมริกากลาง และอินเดียตะวันตก

การปลูกละมุด ในบ้านเราแหล่งที่ปลูกละมุดในบ้านเราก็ที่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยสายพันธุ์ละมุดที่นิยมปลูกนั้นก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด นั้นก็คือ ละมุดไทย (ละมุดสีดา) และ ละมุดฝรั่ง

ต้นละมุด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พุ่มทึบ มีกิ่งก้านแตกออกเป็นชั้นๆรอบๆลำต้น มีใบเป็นใบเดี่ยว มักออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว ลักษณะของดอกละมุดเป็นดอกเดี่ยวออกตามง่ามกิ่ง มีกลีบรองดอกเรียงกัน 2 ชั้น กลีบดอกจะเชื่อมกันและยกตั้งขึ้นมี 6 กลีบ มีสีเหลืองนวล ลักษณะของผลละมุดจะเป็นรูปไข่ หรือมีปลายแหลม ผิวมีสีน้ำตาล ผลดิบจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ในยางมีสารที่ชื่อว่า “Gutto” รสฝาด แข็ง ส่วนผลสุกจะนิ่ม มีรสหวานไม่มียาง ข้างในผลมีเมล็ดรูปยาวรี สีดำฝังอยู่ในเนื้อ ใน 1 ผลจะมีประเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด

ละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรปริโภคเพียงเล็กน้อยและนานครั้งๆ และไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานละมุดโดยลำพัง หากต้องการให้เด็กรับประทานควรเอาเมล็ดออกก่อนพร้อมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอคำที่เด็กจะสามารถเคี้ยวได้

เนื่องจากเมล็ดของละมุดมีความลื่นและมีโอกาสจะหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ฟันยังขึ้นไม่ครบ ก็ควรจะบดให้ละเอียดและไม่ควรป้อนอาหารด้วยความรีบร้อน เพราะเด็กอาจจะสำลักติดคอได้

เคล็ดลับการเลือกซื้อละมุด อย่างแรกก็ให้ลองจับที่ผิวเบาๆ ถ้าผิวไม่นุ่มมากก็ใช้ได้ ลักษณะภายนอกของผลผิวดูเกลี้ยงกลม มีสีน้ำตาลเป็นธรรมชาติและขั้วไม่หัก ก็จะได้ละมุดคุณภาพดีๆแล้ว

คุณค่าทางโภชนาการของละมุด ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 83 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต 19.96 กรัม

เส้นใย 5.3 กรัมไขมัน 1.1 กรัม

โปรตีน 0.44 กรัม

วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม 2%

วิตามินบี3 0.2 มิลลิกรัม 1%

วิตามินบี5 0.252 มิลลิกรัม 5%

วิตามินบี6 0.037 มิลลิกรัม 3%

วิตามินบี9 14 ไมโครกรัม 4%

วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม 18%

ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม 2%

ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม 6%

ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%

ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม 2%

ธาตุโพแทสเซียม 193 มิลลิกรัม 4%

ธาตุโซเดียม 12 มิลลิกรัม 1%

ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)


ประโยชน์ของละมุดประโยชน์

1. ละมุดมีวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค และช่วยป้องกันหวัดได้

2.สรรพคุณละมุด เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงกำลัง

3.การรับประทานละมุดจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

4.เปลือกของลำต้นละมุด นำมาต้มปรุงเป็นยาแก้บิด (ประเทศฟิลิปปินส์)

5.สรรพคุณของละมุด ยางใช้เป็นยาถ่ายพยาธิชนิดรุนแรง

6.ละมุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก จึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย

7.ประโยชน์ของละมุด ใช้รับประทานเป็นผลไม้ ทำไวน์ หรือนำมาทำน้ำละมุด

8.ยางที่มีสีขาวทุกส่วนของลำต้น สามารถนำไปใช้ทำหมากฝรั่งและรองเท้าบูทได้


วิธีทำน้ำละมุด

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีดังนี้

1. เนื้อละมุด 1 ถ้วย, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, น้ำแข็งทุบ 1 แก้ว,

น้ำเปล่า 1 ถ้วย

2.นำผลละมุดมาปลอกเปลือกและเอาเมล็ดออก เอาแต่เนื้อแล้วใส่ลงไปในเครื่องปั่น

3.หลังจากนั้นให้เติมเกลือ น้ำเปล่า และน้ำแข็งลงไปตามลำดับ

4.ปั่นจนละเอียดให้เนื้อเข้ากัน

5.นำมารินใส่แก้วเป็นอันเสร็จ ก็จะได้น้ำละมุดปั่นแบบเย็นชื่นใจช่วยดับกระหายได้ทันที

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี, สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ตว์ป่าและพันธุ์พืช (เต็ม สมิตินันทน์),

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

โครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้ทางพฤกษศาสตร์

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, USDA National Nutrient Database for Standard Reference




ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.greenerald.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/ละมุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น