ละมุด สรรพคุณและประโยชน์
ละมุด ภาษาอังกฤษ Sapodilla มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ชวานิลอ (ปัตตานี,มลายู ยะลา), สวา เป็นต้น ละมุด ชื่อวิทยาศาสตร์ Manilkara zapota (L.) P.Royen จัดอยู่ในวงศ์ Sapotaceaeและมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถวๆ ประเทศเม็กซิโก อเมริกากลาง และอินเดียตะวันตก
การปลูกละมุด ในบ้านเราแหล่งที่ปลูกละมุดในบ้านเราก็ที่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยสายพันธุ์ละมุดที่นิยมปลูกนั้นก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด นั้นก็คือ ละมุดไทย (ละมุดสีดา) และ ละมุดฝรั่ง
ต้นละมุด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พุ่มทึบ มีกิ่งก้านแตกออกเป็นชั้นๆรอบๆลำต้น มีใบเป็นใบเดี่ยว มักออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว ลักษณะของดอกละมุดเป็นดอกเดี่ยวออกตามง่ามกิ่ง มีกลีบรองดอกเรียงกัน 2 ชั้น กลีบดอกจะเชื่อมกันและยกตั้งขึ้นมี 6 กลีบ มีสีเหลืองนวล ลักษณะของผลละมุดจะเป็นรูปไข่ หรือมีปลายแหลม ผิวมีสีน้ำตาล ผลดิบจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ในยางมีสารที่ชื่อว่า “Gutto” รสฝาด แข็ง ส่วนผลสุกจะนิ่ม มีรสหวานไม่มียาง ข้างในผลมีเมล็ดรูปยาวรี สีดำฝังอยู่ในเนื้อ ใน 1 ผลจะมีประเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด
ละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรปริโภคเพียงเล็กน้อยและนานครั้งๆ และไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานละมุดโดยลำพัง หากต้องการให้เด็กรับประทานควรเอาเมล็ดออกก่อนพร้อมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอคำที่เด็กจะสามารถเคี้ยวได้
เนื่องจากเมล็ดของละมุดมีความลื่นและมีโอกาสจะหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ฟันยังขึ้นไม่ครบ ก็ควรจะบดให้ละเอียดและไม่ควรป้อนอาหารด้วยความรีบร้อน เพราะเด็กอาจจะสำลักติดคอได้
เคล็ดลับการเลือกซื้อละมุด อย่างแรกก็ให้ลองจับที่ผิวเบาๆ ถ้าผิวไม่นุ่มมากก็ใช้ได้ ลักษณะภายนอกของผลผิวดูเกลี้ยงกลม มีสีน้ำตาลเป็นธรรมชาติและขั้วไม่หัก ก็จะได้ละมุดคุณภาพดีๆแล้ว
คุณค่าทางโภชนาการของละมุด ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 83 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 19.96 กรัม
เส้นใย 5.3 กรัมไขมัน 1.1 กรัม
โปรตีน 0.44 กรัม
วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม 2%
วิตามินบี3 0.2 มิลลิกรัม 1%
วิตามินบี5 0.252 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี6 0.037 มิลลิกรัม 3%
วิตามินบี9 14 ไมโครกรัม 4%
วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม 18%
ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม 2%
ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม 6%
ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%
ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม 2%
ธาตุโพแทสเซียม 193 มิลลิกรัม 4%
ธาตุโซเดียม 12 มิลลิกรัม 1%
ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
ประโยชน์ของละมุดประโยชน์
1. ละมุดมีวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค และช่วยป้องกันหวัดได้
2.สรรพคุณละมุด เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
3.การรับประทานละมุดจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
4.เปลือกของลำต้นละมุด นำมาต้มปรุงเป็นยาแก้บิด (ประเทศฟิลิปปินส์)
5.สรรพคุณของละมุด ยางใช้เป็นยาถ่ายพยาธิชนิดรุนแรง
6.ละมุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก จึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย
7.ประโยชน์ของละมุด ใช้รับประทานเป็นผลไม้ ทำไวน์ หรือนำมาทำน้ำละมุด
8.ยางที่มีสีขาวทุกส่วนของลำต้น สามารถนำไปใช้ทำหมากฝรั่งและรองเท้าบูทได้
วิธีทำน้ำละมุด
วัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีดังนี้
1. เนื้อละมุด 1 ถ้วย, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, น้ำแข็งทุบ 1 แก้ว,
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
2.นำผลละมุดมาปลอกเปลือกและเอาเมล็ดออก เอาแต่เนื้อแล้วใส่ลงไปในเครื่องปั่น
3.หลังจากนั้นให้เติมเกลือ น้ำเปล่า และน้ำแข็งลงไปตามลำดับ
4.ปั่นจนละเอียดให้เนื้อเข้ากัน
5.นำมารินใส่แก้วเป็นอันเสร็จ ก็จะได้น้ำละมุดปั่นแบบเย็นชื่นใจช่วยดับกระหายได้ทันที
แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี, สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ตว์ป่าและพันธุ์พืช (เต็ม สมิตินันทน์),
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),
โครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้ทางพฤกษศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, USDA National Nutrient Database for Standard Reference
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.greenerald.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/ละมุด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น